| ชื่อโครงการวิจัย/ชื่อเรื่อง | การยกระดับการใช้งานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบแม่นยํา เพื่อช่วยลดผลกระทบและความเสียหายจากภัยแล้ง จังหวัดมหาสารคาม |
|---|---|
| ชื่อโครงการวิจัย/ชื่อเรื่อง ภาษาอังกฤษ | Upgrading the use of precise geographic information to reduce drought damage in Mahasarakham Province |
| ชื่อนักวิจัย/ชื่อผู้แต่ง | นายปฏิวัติ ฤทธิเดช |
| ชื่อนักวิจัย/ชื่อผู้แต่ง ภาษาอังกฤษ | Mr. Patiwat Littidej |
| เจ้าของผลงานร่วม | สาธิต แสงประดิษฐ์ , ธีรวงศ์ เหล่าสุวรรณ , เบญจมาภรณ์ พุ่มหิรัญโรจน์ |
| คำสำคัญ | ข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบแม่นยำ;ภัยแล้ง;จังหวัดมหาสารคาม |
| หน่วยงาน | มหาวิทยาลัยมหาสารคาม |
| ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
| คำอธิบาย | บทสรุปผู้บริหาร จังหวัดมหาสารคามประสบภัยทางธรรมชาติบ่อยอยู่ 2 ประเภทคืออุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้วก็จะเกิดภัยแล้งตามมาในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการน้ำยังไม่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งจังหวัด จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถยกระดับการจัดการภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน โครงการวิจัยการยกระดับการใช้งานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบแม่นยําเพื่อช่วยลดผลกระทบและความเสียหายจากภัยแล้งจังหวัดมหาสารคาม เป็นการพัฒนาชุดข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มาตราส่วน 1:4,000 เพื่อจำลองขอบเขตและความลึกน้ำท่วมในพื้นที่ภัยแล้งรวมทั้งแนวทางขยายผลการใช้ประโยชน์พัฒนาพื้นที่รับน้ำแก้มลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำรายตำบลด้วยแนวทางดัชนีการจัดการน้ำ ผลการวิจัยส่วนแรกพบว่าการจำลองขอบเขตและความลึกของน้ำท่วมตามอัตราการไหลแบบวิกฤติด้วยแบบจำลอง HEC-RAS เป็นการพัฒนาแนวทางการจำลองน้ำท่วมในพื้นที่ที่เกิดทั้งเหตุการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งในบริเวณใกล้เคียงกัน แบบจำลองแสดงขอบเขตและน้ำท่วมใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เคยเกิดขึ้นจริงในปี 2553 จากการจำลองอัตราการไหล 900 ลบ.ม./วินาที ของแม่น้ำชี การขยายผลของแบบจำลองเป็นการนำผลของพื้นที่น้ำท่วมตามการจำแนกระดับความลึกมาซ้อนทับกับข้อมูลน้ำท่วม 15 ปีย้อนหลัง เพื่อยืนยันว่าพื้นที่เหล่านี้ควรพัฒนาเป็นพื้นที่รับน้ำขนาดใหญ่หรือแก้มลิง รวมทั้งการวิเคราะห์การส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรประเภทนาข้าวที่ซ้อนทับกับพื้นที่ภัยแล้งซ้ำซาก ภายในเขตพื้นที่ให้บริการของพื้นที่ศักยภาพแก้มลิง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงพื้นที่สำหรับใช้วางแผนในการพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากในอนาคต ด้วยการพัฒนาดัชนีการจัดการน้ำรายตำบลสำหรับใช้สร้างและอัพเดทข้อมูลอื่น ๆ ให้อยู่ภายในขอบเขตตำบล ชุดข้อมูล GIS สามารถช่วยเพิ่มความละเอียดของข้อมูลเชิงบรรยายเดิมที่มีอยู่ของหน่วยงานในพื้นที่ และเพิ่มความละเอียดเชิงเวลาจากการนำข้อมูลการรับรู้จากระยะไกลมาช่วยวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ทำให้สามารถคำนวณดัชนีการจัดการน้ำรายมิติได้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น ผลของการพัฒนาดัชนีการจัดการน้ำด้วยข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ แสดงภาพรวมมิติการจัดการน้ำ 8 มิติ ของจังหวัดมหาสารคามเท่ากับ 2.59 ซึ่งมากกว่าค่ามาตรฐาน (2.5) แต่เป็นการเฉลี่ยกันของดัชนีทั้งหมดจากระดับตำบล>อำเภอ>จังหวัด ทำให้เมื่อสังเคราะห์ถึงมิติการจัดการน้ำรายตำบลพบว่ายังมีอีกหลายตำบลที่มีระดับค่า WMI ต่ำกว่ามาตรฐาน นอกจากนี้ชุดข้อมูลยังสามารถนำไปช่วยสืบค้นตำแหน่งและคัดกรองสาเหตุเบื้องต้น และสามารถวิเคราะห์เชิงลึกได้ถึงศักยภาพแต่ละตำบลในการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการพัฒนาแบบจำลองเชิงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยมิติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ ผลสรุปของแบบจำลองสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของมิติการจัดการน้ำรายตำบล ที่สามารถบอกอิทธิพลของมิติการจัดการน้ำที่สัมพันธ์กับร้อยละพื้นที่ภัยแล้ง ผลของแบบจำลองมีความแม่นยำในระดับยอมรับได้ ปัจจัยมิติที่ 6 ด้านการจัดการภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำ และมิติที่ 5 ด้านการจัดการคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมน้ำเป็น 2 ปัจจัยที่ถูกใช้เป็นตัวแปรอธิบายความสัมพันธ์กับร้อยละพื้นที่ภัยแล้ง และมีความสัมพันธ์ด้านลบต่อกัน ชุดข้อมูลและแนวทางการวิจัยจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามสภาพปัญหาในเชิงพื้นที่และสาเหตุของปัญหา จุดอ่อน จุดแข็ง ในระดับหน่วยพื้นที่ตำบล ให้สามารถยกระดับการวางแผนแก้ปัญหาด้านน้ำได้อย่างยั่งยืน การใช้ประโยชน์จากหน่วยงานจังหวัดและท้องถิ่น ● การนำปัจจัยไปปฎิบัติเชิงพื้นที่จริงผลผลิตที่สำคัญของโครงการ คือ ดัชนีชี้วัดการจัดการน้ำสำหรับยกระดับการจัดการภัยแล้ง ดัชนีชี้วัดการจัดการน้ำมิติต่าง ๆ 8 มิติ และ ตัวชี้วัดการจัดการน้ำต่าง ๆ 38 ตัวชี้วัด จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามสภาพปัญหาในเชิงพื้นที่และสาเหตุของปัญหา จุดอ่อน จุดแข็ง ของแต่ละพื้นที่ ให้สามารถยกระดับการวางแผนแก้ปัญหาด้านน้ำได้ตรงความต้องการของประชาชน รองรับการผลิตและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดมหาสารคาม และยังช่วยคงความสมดุลของการใช้น้ำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐภายในจังหวัดควรวางแผนการเก็บข้อมูลและอัพเดทอย่างเป็นระบบ เพื่อการจัดการน้ำในระดับท้องถิ่นได้ดีในอนาคตและมีแนวทางการถ่ายทอดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รับโอนภารกิจด้านน้ำไปดำเนินการหลาย ๆ ภารกิจ โดยเฉพาะการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านน้ำในระดับท้องถิ่น และการจัดการอุปสงค์และอุปทานน้ำให้สมดุลตามศักยภาพของทรัพยากรน้ำของท้องถิ่นของตนเอง บทคัดย่อ ภัยแล้งและน้ำท่วมมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นครั้งในช่วงเวลาและพื้นที่เดียวกัน กล่าวคือเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจะทำให้มีการเพิ่มน้ำต้นทุนกักเก็บไว้ในช่วงฤดูแล้งได้เพียงพอ จังหวัดมหาสารคามประสบภัยทางธรรมชาติทั้งสองประเภทนี้ บ่อยครั้งภัยแล้งส่งผลกระทบยาวนานมากกว่าน้ำท่วม ซึ่งปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้วก็จะเกิดภัยแล้งตามมาในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการน้ำยังไม่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งจังหวัด จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถยกระดับการจัดการภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน โครงการวิจัยเรื่อง “การยกระดับการใช้งานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบแม่นยําเพื่อช่วยลดผลกระทบและความเสียหายจากภัยแล้งจังหวัดมหาสารคาม” ได้ทําการพัฒนาชุดข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มาตราส่วน 1:4,000 เพื่อจำลองขอบเขตและความลึกน้ำท่วมในพื้นที่ภัยแล้งรวมทั้งแนวทางขยายผลการใช้ประโยชน์พัฒนาพื้นที่รับน้ำแก้มลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำรายตำบลด้วยแนวทางปรับปรุงดัชนีการจัดการน้ำ (Water Management Index, WMI) รวมทั้งการสร้างแบบจำลองเชิงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการน้ำในรายตำบล ผลการวิจัยพบว่าชุดข้อมูลระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นใช้งานร่วมกับแบบจำลอง HEC-RAS สามารถแสดงขอบเขตและความลึกน้ำท่วมใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เคยเกิดขึ้นจริงในปี 2553 จากการจำลองอัตราการไหล 900 ลบ.ม./วินาที ของแม่น้ำชี การขยายผลของแบบจำลองเป็นการจัดลำดับพื้นที่น้ำท่วมตามการจำแนกระดับความลึกมาซ้อนทับกับข้อมูลน้ำท่วม 15 ปีย้อนหลัง เพื่อยืนยันว่าพื้นที่เหล่านี้ควรพัฒนาเป็นพื้นที่รับน้ำขนาดใหญ่หรือแก้มลิง รวมทั้งการวิเคราะห์การส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรประเภทนาข้าวที่ซ้อนทับกับพื้นที่ภัยแล้งซ้ำซาก ภายในเขตพื้นที่ให้บริการของพื้นที่ศักยภาพ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงพื้นที่สำหรับใช้วางแผนในการพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากในอนาคต การพัฒนาดัชนีการจัดการน้ำรายตำบล และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยแบบจำลองเชิงพื้นที่พบว่าผลมีความแม่นยำในระดับยอมรับได้ พบว่าปัจจัยมิติที่ 6 ด้านการจัดการภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำ และมิติที่ 5 ด้านการจัดการคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมน้ำเป็น 2 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ความสัมพันธ์กับร้อยละพื้นที่ภัยแล้ง และมีความสัมพันธ์ด้านลบต่อกัน ชุดข้อมูลและแนวทางการวิจัยจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามสภาพปัญหาในเชิงพื้นที่และสาเหตุ วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็ง ในระดับหน่วยพื้นที่ตำบล ให้สามารถยกระดับการวางแผนแก้ปัญหาด้านน้ำได้อย่างยั่งยืน |
| ข้อมูลเพิ่มเติม | https://drive.google.com/drive/folders/1eSmCQkTs4AXk7a9N6Aabluaip7kXvf7A?usp=share_link |
| กลุ่มการนำไปใช้ประโยชน์ | ด้านนโยบาย |
| สาขาการวิจัย |
|
การยกระดับการใช้งานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบแม่นยํา เพื่อช่วยลดผลกระทบและความเสียหายจากภัยแล้ง จังหวัดมหาสารคาม is licensed under a Creative Commons Attribution-NoDerivatives 3.0 Thailand License.