ชื่อโครงการวิจัย/ชื่อเรื่อง | ความสมดุลของการใช้พื้นที่ภายในโบราณสถานกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม กรณีศึกษาศาสนสถานประจำอโรคยาศาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
---|---|
ชื่อนักวิจัย/ชื่อผู้แต่ง | ผศ.ดร.วิโรจน์ ชีวาสุขถาวร |
เจ้าของผลงานร่วม | ศ.อรศิริ ปาณินท์ |
คำสำคัญ | ความสมดุล, การใช้พื้นที่, อโคยาศาล |
หน่วยงาน | คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ม.มหาสารคาม |
ปีที่เผยแพร่ | 2559 |
คำอธิบาย | สามารถแบ่งการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ ได้เป็น 3 ช่วงเวลาคือ การใช้พื้นที่ในอดีต พบว่ามีการใช้พื้นที่อยู่สองส่วน ส่วนแรกเป็นพื้นที่ด้านความเชื่อ คือส่วน ศาสนสถานประจำอโรคยาศาล ใช้เป็นพื้นที่สักการะบูชาต่อเทพต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ส่วนที่สองคือ ส่วนรักษาพยาบาลเป็นส่วนที่มีการใช้พื้นที่ในด้านนอกตัวศาสนสถานส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านทิศเหนือ โดยขอบเขตของการรักษาพยาบาลจะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ชุมชนโดยรอบในระยะที่สามารถเดินทางมาถึงได้โดยสะดวก การใช้พื้นที่ในช่วงคาบเกี่ยวที่เป็นจุดเปลี่ยนของการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-24 พบว่ามีการตั้งถิ่นฐานใหม่ของกลุ่มชนใหม่ที่อพยพเคลื่อนย้ายมา กลุ่มคนดังกล่าวยังมีความศรัทธาต่อศาสนสถานเดิมที่มีมาก่อน กับบทบาทความเชื่อที่เปลี่ยนไปบางแห่งถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพุทธสถาน ในคติเถรวาทแทน มีการสร้างวัดหรือสำนักสงฆ์ขึ้นทับซ้อนในพื้นที่ สร้างพระพุทธรูปใหม่ประดิษฐานไว้ภายใน เชื่อว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สิ่งสถิตย์ของผีปู่ตาหรือเทวดา จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใช้พื้นที่เป็นการส่วนตัว สุดท้ายช่วงเวลาในปัจจุบันพบว่าศาสนสถานประจำ อโรคยาศาลมีการใช้กิจกรรมพิเศษ เช่น ประเพณีพิธีสรงกู่และบวงสรวงกู่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสักการะและขอขมาสิ่งศักด์สิทธิ์ กิจกรรมจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามขนาดของชุมชนนั้นๆ และเจ้าภาพในการจัดงาน จากการศึกษาพบว่ามีสองปัจจัยในสร้างความสมดุลของพื้นที่ได้แก่ ปัจจัยด้านการให้ความหมายของพื้นที่ ที่เป็นตัวกำหนดรูปแบบนโยบายและวัตถุประสงค์ของการใช้พื้นที่ในด้านกายภาพ และปัจจัยด้านความเชื่อ เป็นการสร้างความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของพื้นที่ในด้านจิตวิญญาณ และกำหนดกิจกรรมในพื้นที่ |
สาขาการวิจัย |
|
ความสมดุลของการใช้พื้นที่ภายในโบราณสถานกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม กรณีศึกษาศาสนสถานประจำอโรคยาศาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 3.0 Thailand License.