ชื่อโครงการวิจัย/ชื่อเรื่อง ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับวัณโรคดื้อยาหลายขนานและระยะเวลาเริ่มรักษาวัณโรคดื้อยาหลายขนานในประเทศไทย
ชื่อนักวิจัย/ชื่อผู้แต่ง ดร.ธนะภูมิ รัตนานุพงศ์
เจ้าของผลงานร่วม ศ.ดร.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล , นพ.เจริญ ชูโชติถาวร , รศ.ดร.นพ.วิฑูรย์ โล่ห์สุนทร
คำสำคัญ วัณโรคดื้อยาหลายขนาน;ปัจจัยเสี่ยง;ความล่าช้าในการรักษา
หน่วยงาน ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปีที่เผยแพร่ 2558
คำอธิบาย ในการศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินการในพื้นที่การศึกษานี้ทำการศึกษาในสถาบันโรคทรวงอกและจังหวัดที่มีการรายงานจำนวนผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (MDR-TB) สูงสุด 10 อันดับแรก ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2555 ในผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานรายใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ หรือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาในสูตร Second line drug จำนวน 100 ราย วัณโรค 268 ราย ตามลำดับ พบว่าการปัจจัยการเคยมีประวัติรักษาวัณโรคมาก่อนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดวัณโรคดื้อยาหลายขนาน เมื่อควบคุมปัจจัยทางด้านการสูบบุหรี่ ในขณะที่ปัจจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่กลับพบว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดวัณโรคดื้อยาหลายขนานเมื่อควบคุมปัจจัยทางด้านการมีประวัติการรักษาวัฌโรคมาก่อนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่เคยสูบบุหรี่ สำหรับระยะเวลาในการเริ่มรักษาวัณโรค พบว่าระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีอาการของวัณโรคจนถึงการเข้ารับบริการหรือขอคำปรึกษาครั้งแรกที่สถานบริการทางด้านสุขภาพคือ 30 วันสำหรับระยะเวลาตั้งแต่ขอรับคำปรึกษาหรือบริการครั้งแรกที่สถานบริการทางด้านสุขภาพจนถึงวันที่ได้รับการรักษาวัณโรค พบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคทั่วไปกับผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน การเคยมีประวัติเคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ปัจจุบันเลิกดื่มแล้ว และการมีหลักประกันสุขภาพล้วนเป็นปัจจัยป้องกันความล่าจากตัวผู้ป่วยเองเมื่อควบคุมตัวแปรอื่นๆ ในขณะที่การติดเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนานมีโอกาสเสี่ยงที่ล่าช้าจากผู้ให้บริการเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยวัณโรคทั่วไป เมื่อควบคุมปัจจัยการที่ผู้ป่วยมีอาการไอ
สาขาการวิจัย
  • วิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง